สร้างเกราะป้องกัน - เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) สิ่งแรกที่ต้องมีก่อนเริ่มลงทุน
เทคนิคการออม

สร้างเกราะป้องกัน - เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) สิ่งแรกที่ต้องมีก่อนเริ่มลงทุน

เขียนเมื่อ: 10 Apr 2026

แอดมิน 👩🏻‍🏫
ผู้เขียน
แชร์บทความ:
หลายคนใจร้อน พอมีเงินเก็บปุ๊บก็อยากจะเอาไปลงทุนซื้อหุ้น ซื้อกองทุนให้เงินงอกเงยทันที แต่รู้ไหมคะว่าการทำแบบนั้นโดยไม่มีเงินสำรองไว้เลย เปรียบเหมือนการสร้างบ้านที่ไม่มีเสาเข็มค่ะ เวลาเกิดพายุพัดมา บ้านก็พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ

เงินสำรองฉุกเฉิน คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?
เงินสำรองฉุกเฉิน เปรียบเสมือน "ถุงลมนิรภัย" (Airbag) ทางการเงินของเราค่ะ มันคือเงินก้อนที่เราเตรียมไว้ใช้จ่ายเฉพาะในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจริงๆ เท่านั้น เช่น:

ตกงานกะทันหัน หรือถูกลดเงินเดือน

เจ็บป่วยหนัก ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน

เกิดอุบัติเหตุ หรือต้องซ่อมรถคันเก่งที่ใช้งานมานานแล้วจู่ๆ อะไหล่ก็งอแงขึ้นมา

บ้านหรือคอนโดต้องซ่อมแซมด่วน (เช่น ท่อน้ำแตก หลังคารั่ว)

ถ้าเรามีเงินก้อนนี้เตรียมพร้อมไว้ เวลาเกิดปัญหา เราก็ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องวิ่งไปกดบัตรกดเงินสดให้เสียดอกเบี้ยแพงๆ หรือไม่ต้องจำใจขายหุ้นที่กำลังติดลบออกมาเพื่อเอาเงินสดไปหมุนค่ะ

ต้องมีเงินสำรองเท่าไหร่ถึงจะพอ?
สูตรมาตรฐานที่นักวางแผนการเงินแนะนำคือ ควรมีอย่างน้อย 3 - 6 เท่า ของ "ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน" (เน้นว่าค่าใช้จ่ายจำเป็นนะคะ ไม่ใช่รายได้)

ลองมาคำนวณกันดูค่ะ:
สมมติว่าจากกฎ 50/30/20 เราได้คำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายจำเป็น (ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าอาหาร ค่าน้ำไฟ) อยู่ที่เดือนละ 15,000 บาท

เป้าหมายขั้นต่ำ (สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป): 15,000 x 3 เดือน = 45,000 บาท

เป้าหมายอุ่นใจ (สำหรับฟรีแลนซ์ หรือช่วงเศรษฐกิจไม่ดี): 15,000 x 6 เดือน = 90,000 บาท

เห็นตัวเลขหลักหมื่นหลักแสนแล้วอย่าเพิ่งท้อนะคะ! ให้ซอยเป้าหมายเป็นสเต็ปเล็กๆ เริ่มจากเก็บให้ได้เท่ากับค่าใช้จ่าย 1 เดือนก่อน พอทำได้เราจะมีกำลังใจก้าวไปสู่เดือนที่ 2 และ 3 เองค่ะ

เก็บเงินก้อนนี้ไว้ที่ไหนดี?
กฎเหล็กของเงินสำรองฉุกเฉินคือ 1. สภาพคล่องสูง (ถอนง่ายใช้ได้ทันที) และ 2. เงินต้นต้องไม่หาย ดังนั้น ห้ามเอาไปซื้อหุ้นหรือกองทุนที่มีความเสี่ยงเด็ดขาดค่ะ!

ที่อยู่ที่ดีที่สุดของเงินก้อนนี้คือ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล (Digital Savings) ค่ะ เพราะนอกจากจะถอนง่ายผ่านแอปพลิเคชันแล้ว ปัจจุบันหลายธนาคารยังให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์แบบมีสมุดคู่ฝากทั่วไปค่อนข้างมากด้วย (บางที่ให้ดอกเบี้ยถึง 1.5% - 2% ต่อปีเลยทีเดียว)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแยกบัญชีนี้ต่างหาก ห้ามเอาไปปนกับบัญชีที่ใช้จ่ายรับโอนในชีวิตประจำวันนะคะ ไม่อย่างนั้นเผลอกดมาใช้ช้อปปิ้งหมดแน่นอนค่ะ

การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินอาจจะดูไม่หวือหวา ไม่ตื่นเต้นเหมือนการเอาเงินไปลงทุนให้ได้กำไรเยอะๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ในวันที่พายุลูกใหญ่พัดเข้ามาในชีวิต เงินก้อนนี้แหละที่จะช่วยโอบกอดและทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปได้แบบเจ็บตัวน้อยที่สุด

ได้ความรู้แล้ว มาเริ่มวางแผนการเงินกันเถอะ! 🥰

แอปพลิเคชัน "บัญชีสาวน้อย" ให้บริการจดรายรับรายจ่ายฟรีตลอดชีพ ปลอดภัย ข้อมูลไม่มีรั่วไหล

ไปหน้าแอปพลิเคชันหลัก